กองวิชาการและแผนงาน
- เทศบาลเมืองศรีราชา
โครงสร้างสถานธานนุบาล


ประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานธนานุบาล
ขององค์กรปกครองท้องถิ่น=> top
กิจการสถานธนานุบาล
ได้เริ่มขึ้นโดย ฯ พณ ฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการไปตรวจราชการในจังหวัดต่าง ๆ พบว่าในหลายจังหวัดไม่มีการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์ (ซึ่งดำเนินการโดยกรมประชาสงเคราะห์) หรือโรงรับจำนำของเอกชนเหมือนอย่างในนครหลวงกรุงเทพ
ธนบุรี และเห็นว่ากิจการดังกล่าวนี้นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือคนยากจนขัดสนเงินได้บรรเทา
ความเดือดร้อนหรือแก้ขัดได้โดยไม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากเอกชนโดยเสียดอกเบี้ยในอัตราสูงแล้ว
ยังจะมีส่วนช่วยในด้านควบคุมการรับซื้อของโจรอีกด้วย
การดำเนินการจัดตั้งสถานธนานุบาล
(โรงรับจำนำ) ของเทศบาลและสุขาภิบาลนอกจากมีขึ้นตามบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว ยังมีที่มาจากมติของคณะรัฐมนตรี
และมติของที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยที่ี่กำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินการจัดตั้งเป็นกรณีพิเศษต่างจากการตั้งโรงรับจำนำทั่วไป
กล่าวคือ
1.
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2503 ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดตั้งโรงรับจำนำขึ้นในต่างจังหวัด
ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนยากจนขัดสนเงินได้ไม่ต้องไปกู้ยืมจากเอกชนซึ่งต้องเสียดอกเบี้ยสูงมากและควบคุมการรับซื้อของโจร
2.
ในคราวประชุมกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 20/2503 เมื่อวันที่ 24
มิถุนายน 2503 ที่ประชุมมีมติกำหนดนโยบายให้เทศบาลดำเนินการจัดตั้งสถานธนานุบาล
(โรงรับจำนำ) โดยมุ่งหมายที่จะได้ให้ประโยชน์ไปสู่ประชาชนอย่างเต็มที่
โดยไม่มีการขูดรีดเอารัดเอาเปรียบและป้องกันการรับซื้อของโจร กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาแล้วเห็นว่า
เทศบาลมีอำนาจที่จะดำเนินกิจการโรงรับจำนำหรือสถานสินเชื่อท้องถิ่นได้อยู่แล้ว
และเหมาะสมที่จะดำเนินกิจการสนองนโยบายเพราะเป็นหน่วยการปกครองที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนในด้านต่าง ๆ
อย่างใกล้ชิด จะสามารถอำนวยบริการในด้านนี้ให้แก่ประชาชนได้ดี ในชั้นต้นจึงให้เทศบาลนครเชียงใหม่
เทศบาลเมืองนครสวรรค์ เทศบาลเมืองหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองอุดรธานี
จัดตั้งโรงรับจำนำขึ้นเป็นการทดลองก่อน โดยเรียกโรงรับจำนำของเทศบาลว่า
สถานธนานุบาล เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เปิดกิจการขึ้นเป็นแห่งแรก
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2503 ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 ก็ได้เปิดกิจการขึ้นอีก
3 แห่ง รวมเป็น 4 แห่ง
ในขั้นทดลองปรากฏผลการดำเนินกิจการเป็นที่น่าพอใจ
ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยจึงได้สนับสนุนให้เทศบาลจัดตั้งสถานธนานุบาลเพิ่มขึ้นเรื่อยมา
ปัจจุบันมีสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เปิดให้บริการประชาชน
จำนวน 172 แห่ง และอยู่ระหว่างดำเนินการขอจัดตั้งสถานธนานุบาลอีกประมาณ
29 แห่ง และได้กำหนดให้วันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันที่ระลึกการจัดตั้งสถาน
ธนานุบาลฯ
ดอกเบี้ยรับจำนำ
มีหลักเกณฑ์การคิดอัตราดอกเบี้ย คือ=> top
1.1
เงินต้นไม่เกิน 500.- บาท ร้อยละ 0.75 ต่อเดือน
1.2
เงินต้นเกินกว่า 500.- บาท แต่ไม่เกิน 3,000.- บาท ร้อยละ 1
ต่อเดือน
1.3
เงินต้นเกินกว่า 3,000.- บาท แต่ไม่เกิน 30,000.- บาท 2,000.-
บาทแรกคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2
ต่อเดือน ส่วนที่เกิน 2,000.- บาท ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน ยกเว้น
อัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้มาจำนำทรัพย์สิน ระหว่างวันที่ 1 เมษายน
15 สิงหาคม 2547 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยจากเดิมมาเป็น
-
เงินต้นไม่เกิน 500.- บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ต่อเดือน
-
เงินต้นเกินกว่า 500.- บาท แต่ไม่เกิน 50,000.- บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ
1.00 ต่อเดือน
ประโยชน์ของการจำนำทรัพย์สิน
-
ช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยโดยเสียดอกเบี้ยในอัตราต่ำ
-
ทรัพย์สินปลอดภัยจากการโจรกรรม
-
สะดวกและรวดเร็ว
-
นำผลกำไรกลับไปทำนุบำรุงท้องถิ่น เป็นการเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง
-
ตั๋วรับจำนำมีกำหนดระยะเวลา 4 เดือน และผ่อนผันให้อีก 30 วัน
-
ให้มีการเพิ่ม และ ผ่อนเงินต้นได้
เวลาทำการ เปิด วันจันทร์ -
วันศุกร์ เวลา 08.00 น. ถึง 16.00 น.
ปิด วันเสาร์ - วันอาทิตย์ และ วันหยุดราชการ
การจำหน่ายทรัพย์หลุดจำนำ
ทุกวันเสาร์แรกของต้นเดือนเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
หมายเหตุ=> top
โปรดนำบัตรประจำตัวประชาชนมาด้วยทุกครั้ง
|